อาชาไคโตซาน (Chitosan)

✳️ อาชาไคโตซาน (Chitosan) คือสารพอลิแซ็กคาไรด์จากธรรมชาติที่สกัดจากเปลือกสัตว์ทะเลจำพวกกุ้ง ปู หรือแกนปลาหมึกโดยผ่านกระบวนการทางเคมีจากไคติน มีคุณสมบัติหลากหลาย เช่น ช่วยในการเจริญเติบโตของพืช, กระตุ้นภูมิต้านทานพืช, ยับยั้งเชื้อราและแบคทีเรีย

อาชาไคโตซาน คือ : คือสารอนุพันธ์ของไคติน สกัดที่ได้จากธรรมชาติ อาทิเช่นเปลือกกุ้ง กระดองปู แกนปลาหมึก ไคโตซาน มีความปลอดภัยสูงต่อทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ในภาคการเกษตร

✳️ สรรพคุณไคโตซานด้านการเกษตร
มีการนำไคโตซานมาใช้ในการเกษตรอย่างกว้างขวางเนื่องจาก ไคโตซานเป็นมิตรต่อพืชและสวนมีความปลอดภัยต่อคนและสัตว์ และ ประโยชน์ของไคโตซานในภาคการเกษตรมีหลากหลายมาก อาทิเช่น ช่วยปรับสภาพดิน,น้ำ,อากาศให้เอื้อต่อการเจริญเติบโตของพืช นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันและยับยั้ง เชื้อราไวรัส แบคทีเรียต่างๆที่ก่อให้เกิดโรคในพืชได้เป็นอย่างดี และช่วยปรับแร่ธาตุ ฮอร์โมนต่างๆในพืชให้เกิดความสมดุล ส่งผลทำให้ผลผลิตเพิ่มสูงขึ้น

✳️ ไคโตซานมีประโยชน์ต่อพืชอย่างไร?

-ไคโตซาน ช่วยปรับความสมดุลในดิน
-ไคโตซานช่วยปรับสภาพดิน การใช้ไคโคซานต่อเนื่องจะช่วยปรับค่าความเป็นกรดด่างในดินให้เกิดความสมดุลที่ Ph 6-7 เป็นค่าที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืช
-ไคโตซาน ช่วยปลดปล่อยแร่ธาตุต่างๆในดิน
-ไคโตซาน ช่อยย่อยสลาย ปลดปล่อยแร่ธาตุ สารเคมี ที่ตกค้างในดินอันเนื่องมาจากการใช้ปุ่ยเคมีอย่างยาวนาน ทำให้พืชนำแร่ธาตุต่างๆมาใช้ได้อีกครั้ง จึงช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี
-ไคโตซานช่วยเร่งการเติบโตในพืช :
เนื่องจากโครงสร้างของไคโตซานมีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ จึงสามารถเป็นปุ๋ยชีวภาพค่อยๆปลดปล่อยธาตุอาหารออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้พืชได้รับอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการเจริญอย่างต่อเนื่อง
-ไคโตซาน เพียวช่วยกระตุ้นพืชสร้างความต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช
-ไคโตซานสามารถกระตุ้นการผลิตสารลิกนิน และสารแทนนินให้เพิ่มมากขึ้น พืชสามารถใช้สารเหล่านี้ในการป้องกันตัวจากแมลงศัตรูพืชต่างๆ เข้ามากัด ดูดทำลาย โดยพืชที่ฉีดพ่นไคโตซานเป็นประจำ จะมีสารที่คล้ายแวกซ์เคลือบที่ผิวใบ
-ไคโตซาน ช่วยพืชสร้างความต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช
ช่วยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน
-ไคโคซานช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน เช่นเชื้อ Actinomycete sp. เชื้อ Trichoderma spp. ทำให้เกิดการลดปริมาณของจุลินทรีย์ที่เป็นเชื้อโรคพืช เช่น เชื้อ (Furarium) เชื้อ Phythophthora spp. และเชื้อก่อโรคพืชอื่นๆ
-ไคโตซานสามารถยับยั้ง เชื้อก่อให้เกิดโรคพืชได้แก่ เชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราบางชนิด เช่น เชื้อไฟทอปธอรา พิเทียม โดยไคโตซานจะซึมผ่านเข้าทางผิวใบ ลำต้นพืช ช่วยยับยั้งการเกิดโรคพืช (รักษาโรคพืช) เช่น โรค แอนแทรคโนส เมลาโนส โรครากเน่า โคนเน่า ราน้ำค้าง ราขาว โรคแคงเกอร์ โรคใบติด โรคใบจุด โรคใบสีส้มในนาข้าว และโรคอื่นๆ และยังสร้างความต้านทานโรคให้กับพืชที่ยังไม่เป็นโรคได้อีกด้วย
-ไคโตซานเพียวช่วยป้องกันโรครากเน่าโคนเน่าในทุเรียน
-ไคโตซานสามารถเป็นสารฆ่าแมลงศัตรูพืชได้สารอนุพันธฺิ์ของไคติน และไคโตซานถูกนำไปใช้ในการขบวนการผลิตเอ็นไซม์ chitinase ซึ่งเป็นสารฆ่าแมลง โดยที่เอ็นไซม์ไคติเนส จะย่อยสลายไคติน ซึ่งเป็นองค์ประกอบ ของเปลือกหุ้มตัวของแมลงศัตรูพืช
-ไคโตซานเป็นสารช่วยปรับปรุงดิน
ไคตินและไคโตซานสามารถนำมาปรับปรุงดิน ถ้าเป็นดินเหนียวไคตินจะช่วยเพิ่มความพรุนของดิน เพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำในดินทรายและดินร่วน และยังทำหน้าที่เป็นสารพาที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสารที่เป็นธาตุอาหารรอง และเสริม (micro organic ) โดยไคโตซานจะจับสารเหล่านั้นจนอยู่ในรูปคีเลต แล้วค่อยๆปลดปล่อยออกมาให้พืช ได้อย่างต่อเนื่องและยาวนานในอัตราคงที่ ตามอัตราการย่อยสลายอนุพันธ์ของไคตินและไคโตซาน ช่วยลดปัญหา การใช้ปุ๋ยเกินความจำเป็น ซึ่งมีผลต่อพืชและสภาพดิน

✳️ วิธีใช้ไคโตซาน
นำไปฉีดให้กับพืชสวน หรือทีปลูกในแบบไฮโดรโปรนิกส์ โดยฉีดให้ที่ใบพืชเพียงให้ใบเปรียก ประมาณ 2-3 สัปดาห์ต่อครั้ง ต้นไม้จะดูดซับสารไคโตซานที่ฉีดให้เข้าไปทางปากใบใช้เพื่อกระตุ้นให้พืชสร้างความต้านทานต่อแมลงศัตรูพืช อย่าง หนอนใยผัก หนอนคืบ และอื่นๆ

วิธีการใช้ การพ่นทางใบ ลำต้น (ขึ้นอยู่กับส่วนที่ศัตรูพืชอาศัยอยู่) อัตราการใช้ 10-20 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร

ใส่ความเห็น